Coding โค้ดดิ้ง เทคโนโลยีช่วยให้เรารู้อะไรบ้าง ?

มาแชร์ประสบการณ์ สืบเนื่องจากอ้อม ที่อยู่เชียงใหม่ 1 อาทิตย์ เพราะมาทำภารกิจพัฒนาความ Productive เลยได้มีโอกาสทดลองสิ่งใหม่ๆ

อย่างแรกคือ การนั่งสมาธิโดยมีเครื่อง Muse

เพื่อตรวจวัดคลื่นสมอง และการนั่งสมาธิแบบลึก เช่น เมื่อไหร่ที่เรานั่งสมาธิ แล้วนิ่งมากจะมีเสียงนกร้อง อ้อมได้ทดลองไปที่เงียบ แต่มีเสียงรบกวนบ้าง ปรากฏว่าภายใน 3 นาทีสามารถจับนกได้ 21 ตัว ในขณะที่บางช่วงมีเสียงรบกวน คลื่นเสียงดีดขึ้น และกลับมาที่เดิม

การมีเทคโนโลยีแบบนี้จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะเราสามารถมีข้อมูลในการเปรียบเทียบ และข้อมูลเหล่านี้สามารถทำให้เราพัฒนาตนเองในจุดที่เราอยากจะไปในอนาคต เราไม่ได้แค่บอกแล้วว่าฉันต้องเก่งอย่างนั้น ฉันทำได้แบบนี้ แต่เราจะเอาผลลัพธ์ จะเอา Data มานั่งกางเลยว่า เราสามารถทำแบบนั้นได้จริงหรือไม่โดยที่เมื่อก่อน เราเชื่อในเรื่องการพัฒนาตนเอง แต่มันต้องใช้เวลา และก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องหรือไม่ หรือสามารถทำได้ขนาดไหน เช่น

“เราต้องการเปิดห้างสรรพสินค้าที่ไหนสักที่

เราไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ เมื่อไหร่จะคืนทุน

และจะต้องมีลูกค้าเท่าไหร่ต่อวันเพื่อให้เกิดยอดขาย

เราอาจจะต้องทดลองสักเดือนเพื่อทดลองการขายในครั้งนี้”

และเราต่างก็ใช้คำว่า “ความน่าจะเป็น” ต้องรอให้ทำก่อนถึงรู้ว่าถูกหรือไม่ และสิ่งเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลา ไม่เพียงแต่ที่ต้องใช้เวลา แต่ต้องเสียเงินไปด้วยหากการที่มี Data (ข้อมูล) แบบละเอียดและ Real-time (เวลาจริงหรือช่วงเวลานั้นๆ) ทำให้สามารถพัฒนาได้ทันเวลา

อีกส่วนคืองานศิลปะ

อ้อมเป็นคนชอบงานศิลปะ วันก่อนได้ไปงานศิลปะแบบ Monet to Kandinsky คืนชีพภาพวาดในตำนาน ให้ชมจุใจแบบ 360 องศา โดยการเอาภาพต่างๆมาทำเป็น VDO และฉายไปที่กำแพงให้ดูมีชีวิต และให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในการดูงานศิลปะเหล่านี้ ซึ่งถือว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงทางด้านงานศิลปะจากการที่เราดูเฉยๆ แต่ตอนนี้สามารถมีส่วนร่วมกับงานศิลปะเหล่านี้ได้

เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเรามากขนาดไหน?

เราจะจับต้องสิ่งที่เราไม่เคยจับต้อง เช่นงานศิลปะ, ของหายาก, ไดโนเสาร์, การผสมยาเคมี, การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่มีความเสี่ยง แต่สำคัญคือ เราเอง และลูกของเราพร้อมที่จะเจอเรื่องแบบนี้แล้วหรือยัง? ถ้ายังไม่พร้อมถึงเวลาแล้วละ

✨บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง